Thai (ภาษาไทย)

ปฎิทินข่าวประชาสัมพันธ์

 

Notepad-Bloc-notes-icon

ถ้าท่านสนใจทำวิจัย หรือเสนอหัวข้อวิจัย สามารถส่งข้อความมาที่อีเมล
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

จำนวนผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday24
mod_vvisit_counterYesterday31
mod_vvisit_counterThis week55
mod_vvisit_counterLast week230
mod_vvisit_counterThis month833
mod_vvisit_counterLast month1190
mod_vvisit_counterAll68666

ผู้เข้าเยี่ยมชม (20 นาทีก่อน) : 2
Your IP: 192.168.5.254
,
Today: ต.ค. 23, 2017
Home โครงการวิจัยที่กำลังดำเนินการ
โครงการวิจัยที่กำลังดำเนินการ
โครงการวิจัยเพื่อยกร่างกฎหมายป่าไม้ PDF พิมพ์ อีเมล
โครงการวิจัยที่กำลังดำเนินการ
วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม 2012 เวลา 13:58 น.

ปีพุทธศักราช 2554

ผศ.อิทธิพล ศรีเสาวลักษณ์

 

หลักการและเหตุผล

กฎหมายว่าด้วยการป่าไม้มีมาตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ 5 ในระยะแรกเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการควบคุมการตัดไม้ ทำไม้และของป่าหวงห้าม รวมทั้งการควบคุมการนำไม้และของป่าเคลื่อนที่ออกจากป่าเพราะแนวควเกี่ยวกับป่าไม้ในเวลานั้นจะใช้ประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้ในเชิงพาณิชย์ ต่อมาจึงค่อยมีการออกกฎหมายสงวนและคุ้มครองป่า โดยยกเลิกกฎหมายและออกกฎหมายใหม่ให้รับกับพฤติกรรมในสังคมมากขึ้น
ในปี พ.ศ. 2484 มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และยกเลิกบรรดากฎหมายที่กล่าวมาข้างต้นเพื่อให้เหมาะสมแก่กาลสมัยยิ่งขึ้น และออกกฎหมายเพิ่มเติมเป็นลำดับเพื่อบริหารจัดการป่าไม้และสัตว์ป่าจนถึงปัจจุบัน มีกฎหมายที่บังคับใช้ คือ
(1) พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484
(2) พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504
(3) พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507
(4) พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
(5) พระราชบัญญัติสวนป่า พ.ศ. 2535
(6) พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ. 2545

จากการวิเคราะห์ผลการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน  อาจสรุปได้ว่า การบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายเกี่ยวกับป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นได้จากจำนวนเนื้อที่ป่าประเภทต่าง ๆ ในความเป็นจริงลดลงจากที่ประกาศสงวนหวงห้ามไว้ และมีคนจำนวนมากอยู่อาศัยและทำกินในเขตป่า ซึ่งทางราชการต้องใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการบังคับใช้กฎหมาย เช่น มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 เป็นต้น
คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาปัญหาที่ดินและป่าไม้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดทำรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับที่ดินและป่าไม้ สรุปสาเหตุที่ทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่มีประสิทธิภาพ ได้ดังนี้ 
1.  บทบัญญัติของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
2.  มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะนโยบายและทิศทางด้านการบริหารจัดการที่ดินในเขตที่ดินของรัฐ
3.  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและป่าไม้ ขาดการประสานงานและความร่วมมืออย่างจริงจังในการบังคับใช้กฎหมาย มีการปฏิบัติที่ซ้ำซ้อนหรือไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ทำให้ประชาชน มีความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม
4.  การบังคับใช้กฎหมายของภาครัฐ ไม่สามารถดำเนินการได้โดยเคร่งครัด เนื่องจาก ประชาชนไม่ยอมรับการเป็นที่ดินของรัฐ และการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ประกอบกับประชาชนส่วนใหญ่เป็นผู้ยากจนที่รัฐต้องให้ความดูแลช่วยเหลือ
5.  มีการทุจริต หรือประพฤติมิชอบ ในการบังคับใช้กฎหมาย ไปในทางที่เลือกปฏิบัติหรือเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้กระทำความผิด หรือมุ่งหาผลประโยชน์โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่
นอกจากนั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาปัญหาที่ดินและป่าไม้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดการสัมมนาระดมความคิด เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 ณ โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เข้าร่วมการสัมมนาจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมที่ดิน กรมทรัพยากรน้ำ กรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และภาคประชาชน จำนวน 316 คน ซึ่งผลการสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับที่ดินและป่าไม้ สรุปความตอนหนึ่งได้ ดังนี้

Attachments:
FileคำอธิบายUploaderFile size
Download this file (eathipol.pdf)เอกสารแนบโครงการวิจัยเพื่อยกร่างกฎหมายป่าไม้Sangdao Laemthong115 Kb
แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม 2012 เวลา 14:13 น.

ผลกระทบทางสังคมของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อการครอบครองที่ดินและนโยบายที่ดินของอาเซียน PDF พิมพ์ อีเมล
โครงการวิจัยที่กำลังดำเนินการ
วันอังคารที่ 06 มีนาคม 2012 เวลา 14:39 น.

ปีพุทธศักราช 2554

มูลนิธิฮิวแมนดีเวลลอปเม้นท์ฟอรัม

 

วัตถุประสงค์

เพื่อตอบคำถามสำคัญในการวิจัย  การศึกษาจะมุ่งเน้นใน 3 วัตถุประสงค์
 1. เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันในอาเซียน เยอรมนี/ สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา/ เขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ ที่เกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกี่ยวข้องกับมาตรการบรรเทาทางสังคม เศรษฐกิจ และกฎหมาย
 2.นำเสนอข้อแนะนำทางนโยบายในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการครอบครองที่ดินภายใต้การพิจารณาถึงเงื่อนไขทางสังคม

วิธีการศึกษา

ส่วนสำคัญของการวิเคราะห์จะตั้งอยู่บนการศึกษาวรรณกรรมที่ครอบคลุมเกี่ยวกับทั้ง 2 วัตถุประสงค์  นอกจากนั้นผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษานานาชาติ จะมีส่วนร่วมในการวิจัยด้วยการสัมภาษณ์และการเขียนงานในหัวข้อต่างๆ  ในวัตถุประสงค์แรกจะมีการวิเคราะห์เชิงลึกในความเกี่ยวข้องของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและการครอบครองที่ดินในทั่วๆไป พร้อมด้วยศึกษามาตรการบรรเทาที่เป็นไปได้ ในบริบทของการบรรเทาจะครอบคลุม 2 ด้าน คือ การบรรเทาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ( ที่เกี่ยวกับที่ดิน เช่น อุทกภัย ดินถล่ม ความมั่นคงทางอาหาร) และนโยบายการบรรเทาที่เกี่ยวข้องกับการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ถ้าเกี่ยวกับที่ดิน  เช่น การตั้งรกรากใหม่ รูปแบบการปลูกพืช)  ส่ซึ่งจะรวมเอารายละเอียดของกรอบการทำงานของกฎหมายและสถาบันที่มีอยู่ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกี่ยวข้องกับการใช้ที่ดินและสิทธิที่ดินในประเทศไทย/ อาเซียน เยอรมนี/ สหภาพยุโรป  และสหรัฐอเมริกา/ เขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ  เพื่อให้ได้ภาพรวมของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกี่ยวกับประเด็นที่ดิน นำเสนอกรณีศึกษาต่างๆ และศึกษาถึงตัวอย่างที่ดีที่สุดของผลกระทบทางสังคมและมาตรการบรรเทาในภูมิภาคอื่นๆองโลก ผลเหล่านี้จะถูกนำมาใช้เป็นฐานสำคัญในส่วนที่สองของการศึกษา เพื่อร่างข้อแนะนำทางนโยบายที่เป็นรูปธรรม
  นอกเหนือไปจากแหล่งข้อมูลแบบเดิมอย่างห้องสมุด หน่วยงานรัฐบาลและข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต คณะนักวิจัยจะเข้าถึงเครือข่ายวิจัยของมูลนิธิ HDFF ซึ่งประกอบด้วย  มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์แห่งมิวนิค   มหาวิทยาลัยเฮลมุท  ชมิดท์ ฮัมบูร์ก และมหาวิทยาลัยเทรีย ประเทศเยอรมนี รวมทั้งมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องในอเมริกา ศูนย์วิจัย Inter alia the Department for Environmental Protection (DEP) และมหาวิทยาลัยฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา

 

 

Attachments:
FileคำอธิบายUploaderFile size
Download this file (HDFF.pdf)เอกสารแนบผลกระทบทางสังคมของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อการครอบครองที่ดินและนโยบายที่ดินของอาเซียนSangdao Laemthong334 Kb
แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 06 มีนาคม 2012 เวลา 14:52 น.

โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการเรื่อง "ความร่วมมือจากพหุภาคีในการบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชนท้องถิ่น" PDF พิมพ์ อีเมล
โครงการวิจัยที่กำลังดำเนินการ
วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 14:27 น.

 

ปีพุทธศักราช 2554

นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์


ด้วย ผู้ประสานงานศูนย์ประสานการศึกษานโยบายที่ดิน (ผศ.อิทธิพล ศรีเสาวลักษณ์) ได้รับข้อเสนอ “โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการเรื่อง "ความร่วมมือจากพหุภาคีในการบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชนท้องถิ่น"  ซึ่งเสนอโดย  นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ สังกัดโครงการเสริมสร้างจิตสำนึกนิเวศวิทยา (เป็นองค์กรพัฒนาเอกชน)  ทั้งนี้ ผู้ประสานงานได้จัดให้มีการประชุมเพื่อพิจารณาข้อเสนอโครงการดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมา โดยผู้ทรงคุณวุฒิเห็นควรให้การสนับสนุนโครงการนี้ และหัวหน้าโครงการได้ปรับปรุงแก้ไขข้อเสนอโครงการตามข้อเสนอแนะของที่ประชุมและได้หารือกับผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเสนอโครงการมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์

1) เพื่อชี้ให้เห็นกลไกและมาตรการทางกฎหมายในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่มีความทับซ้อนระหว่างหน่วยงาน ซึ่งมีผลต่อการบังคับใช้กฎหมายและการแก้ไขปัญหาในพื้นที่  
2) เพื่อชี้ให้เห็นถึงการถ่ายโอนภารกิจของหน่วยงานให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนของการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 และกฎหมายหลายฉบับในการควบคุมดูแลรักษาพื้นที่ ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนและขาดความชัดเจนใน อำนาจหน้าที่ระหว่าง อปท. หน่วยงานส่วนกลาง และหน่วยงานส่วนภูมิภาค  ภารกิจและอำนาจหน้าที่บางส่วนยังอยู่ในการดำเนินการของหน่วยงานที่ถ่ายโอนหรือผู้กำกับดูแล ทั้งด้านการอนุมัติ อนุญาตการให้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่  ตลอดจนขาดการจัดสรรงบประมาณที่โอนมาให้ อปท. ทำให้การแก้ไขปัญหาไม่ทันต่อสถานการณ์  และไม่เกิดการบูรณาการอย่างเป็นเอกภาพ  ในการตอบสนองความต้องการของประชาชนและชุมชนในพื้นที่
3) เพื่อเสนอมาตรการทางกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องที่จะทำให้บรรลุผลต่อความร่วมมือจากพหุภาคีในการบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนท้องถิ่น
4) เพื่อพัฒนาเครื่องมือในด้านการจัดทำข้อมูล การทำแผนที่ การวางแผนงาน กระบวนการปฏิบัติการ การติดตามประเมินผลทางนิเวศและสังคม รวมทั้งกระบวนการเรียนรู้ ประกอบการตัดสินใจในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชนท้องถิ่น  
5) เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในการสร้างความร่วมมือจากพหุภาคีในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชนท้องถิ่น อันได้แก่ ข้อตกลงความร่วมมือ ข้อบัญญัติท้องถิ่น การจัดทำผังชุมชน วางแผนการใช้ที่ดิน การคุ้มครองพื้นที่ และกระบวนการ/กลไกในการบริหารจัดการของชุมชนท้องถิ่นในระดับจังหวัด และระดับตำบล     
6) เพื่อขยายผลเครื่องมือและองค์ความรู้ในการปฏิบัติการแบบความร่วมมือพหุภาคีในการบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชนท้องถิ่น จากตำบลที่เป็นแหล่งเรียนรู้ไปสู่ตำบลอื่นๆที่สนใจ

Attachments:
FileคำอธิบายUploaderFile size
Download this file (sayamol.pdf)เอกสารแนบโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการเรื่อง "ความร่วมมือจากพหุภาคีในการบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชนท้องถิ่นSangdao Laemthong202 Kb
แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม 2012 เวลา 08:18 น.

โครงการศึกษาลักษณะของชุมชุนเข้มแข็งเพื่อการจัดการที่ดินทำกินอย่างยั่งยืน PDF พิมพ์ อีเมล
โครงการวิจัยที่กำลังดำเนินการ
วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 09:53 น.

ปีพุทธศักราช 2554

นางสาวกัญญา สุทัศน์ และคณะ

หลักการและเหตุผล

การให้สิทธิชุมชนจัดการที่ดิน เป็นทางออกอย่างหนึ่งในการแก้ไขปัญหาสิทธิในที่ดิน ซึ่งจะต้องกำหนดขอบเขตพื้นที่ องค์ประกอบหรือผู้แทนชุมชน เงื่อนไขการใช้พื้นที่ไว้อย่างชัดเจน ส่วนกระบวนการในการบริหารจัดการในการใช้ประโยชน์ที่ดินสมควรให้ชุมชนจัดการกันเอง ให้สอดคล้องกับสภาพสังคม วิถีชีวิต วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเดียวกันทั่วประเทศ เอกสารสิทธิชุมชนจึงอาจจะออกให้กับนิติบุคคล หรือกลุ่มของประชาชนที่ตั้งถิ่นฐานและสืบทอดวัฒนธรรมร่วมกันมาโดยต่อเนื่องและขึ้นทะเบียนเป็นชุมชนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎหมาย โดยเอกสารสิทธิในที่ดินที่จะออกให้แก่ชุมชนอาจเป็นสิทธิใช้ประโยชน์โดยไม่มีกรรมสิทธิ์ก็ได้ สิทธิของชุมชนในที่ดินดังกล่าวจะทำให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการที่ดินให้เกิดประโยชน์ต่อสมาชิกในชุมชนภายใต้เงื่อนไขข้อตกลงกับภาครัฐ และชุมชนยังสามารถประสานประโยชน์หรือป้องกันการเข้าไปใช้ประโยชน์ที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายของบุคคลภายนอกที่อาจส่งผลกระทบกับชุมชนโดยมีกฎหมายรองรับ ทำให้ที่ดินในเขตความรับผิดชอบของชุมชนและที่ดินของรัฐข้างเคียงได้รับการดูแล แนวทางดังกล่าวนี้ นอกจากจะเป็นผลดีแก่ชุมชนแล้ว ยังเป็นผลดีแก่รัฐที่จะได้รับความร่วมมือจากชุมชนในการดูแลที่ดินและลดภาระในการป้องกันการบุกรุกที่ดินของรัฐอีกทางหนึ่ง

Attachments:
FileคำอธิบายUploaderFile size
Download this file (deed-2554-09-12.pdf)เอกสารแนบโครงการศึกษาลักษณะของชุมชนเข้มแข็งเพื่อการจัดการที่ดินทำกินอย่างยั่งยืนSangdao Laemthong154 Kb
แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 12:03 น.



Copyright 2011 : ศูนย์ประสานการศึกษานโยบายที่ดิน (Land Policy Study Forum)
Telephone +66(0)2-9654737-8, Fax +66(0)2-9654739 | Webmaster Email : landforum.mail@gmail.com