English (United Kingdom)

ปฎิทินข่าวประชาสัมพันธ์

 

Notepad-Bloc-notes-icon

ถ้าท่านสนใจทำวิจัย หรือเสนอหัวข้อวิจัย สามารถส่งข้อความมาที่อีเมล
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

จำนวนผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday24
mod_vvisit_counterYesterday31
mod_vvisit_counterThis week55
mod_vvisit_counterLast week230
mod_vvisit_counterThis month833
mod_vvisit_counterLast month1190
mod_vvisit_counterAll68666

ผู้เข้าเยี่ยมชม (20 นาทีก่อน) : 2
Your IP: 192.168.5.254
,
Today: Oct 23, 2017
Home New Project โครงการศึกษาลักษณะของชุมชุนเข้มแข็งเพื่อการจัดการที่ดินทำกินอย่างยั่งยืน
โครงการศึกษาลักษณะของชุมชุนเข้มแข็งเพื่อการจัดการที่ดินทำกินอย่างยั่งยืน PDF Print E-mail
โครงการวิจัยที่กำลังดำเนินการ

ปีพุทธศักราช 2554

นางสาวกัญญา สุทัศน์ และคณะ

หลักการและเหตุผล

การให้สิทธิชุมชนจัดการที่ดิน เป็นทางออกอย่างหนึ่งในการแก้ไขปัญหาสิทธิในที่ดิน ซึ่งจะต้องกำหนดขอบเขตพื้นที่ องค์ประกอบหรือผู้แทนชุมชน เงื่อนไขการใช้พื้นที่ไว้อย่างชัดเจน ส่วนกระบวนการในการบริหารจัดการในการใช้ประโยชน์ที่ดินสมควรให้ชุมชนจัดการกันเอง ให้สอดคล้องกับสภาพสังคม วิถีชีวิต วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเดียวกันทั่วประเทศ เอกสารสิทธิชุมชนจึงอาจจะออกให้กับนิติบุคคล หรือกลุ่มของประชาชนที่ตั้งถิ่นฐานและสืบทอดวัฒนธรรมร่วมกันมาโดยต่อเนื่องและขึ้นทะเบียนเป็นชุมชนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎหมาย โดยเอกสารสิทธิในที่ดินที่จะออกให้แก่ชุมชนอาจเป็นสิทธิใช้ประโยชน์โดยไม่มีกรรมสิทธิ์ก็ได้ สิทธิของชุมชนในที่ดินดังกล่าวจะทำให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการที่ดินให้เกิดประโยชน์ต่อสมาชิกในชุมชนภายใต้เงื่อนไขข้อตกลงกับภาครัฐ และชุมชนยังสามารถประสานประโยชน์หรือป้องกันการเข้าไปใช้ประโยชน์ที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายของบุคคลภายนอกที่อาจส่งผลกระทบกับชุมชนโดยมีกฎหมายรองรับ ทำให้ที่ดินในเขตความรับผิดชอบของชุมชนและที่ดินของรัฐข้างเคียงได้รับการดูแล แนวทางดังกล่าวนี้ นอกจากจะเป็นผลดีแก่ชุมชนแล้ว ยังเป็นผลดีแก่รัฐที่จะได้รับความร่วมมือจากชุมชนในการดูแลที่ดินและลดภาระในการป้องกันการบุกรุกที่ดินของรัฐอีกทางหนึ่ง

โฉนดชุมชน หมายความถึง หนังสืออนุญาตให้ชุมชนร่วมกันบริหารจัดการการครอบครองที่ดินและใช้ประโยชน์ในที่ดินของชุมชน ซึ่งชุมชนมีหน้าที่ต้องดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้โดยกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

 โฉนดชุมชนเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดระบบกรรมสิทธิ์โดยอิงกับชุมชนโดยรัฐได้นำเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกินของเกษตรกร โดยมีหลักการสำคัญคือการยอมรับการมีส่วนร่วมของประชาชนและใช้ประโยชน์จากเครือข่ายของประชาชน นั่นหมายถึง ชุมชนที่จะเข้ามาจะต้องเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งอย่างเป็นระบบในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากชุมชนใดไม่มีความเข้มแข็งก็จะไม่สามารถดำเนินการได้  ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของการกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย รัฐควรใช้โอกาสความตื่นตัวของประชาชนนี้สอดแทรกแนวทางการบริหารจัดการ ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ถูกต้องให้แก่ชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถยืนอยู่บนขาของตัวเองและเป็นที่พึ่งของประชาชนข้างเคียง เครือข่ายของชุมชนที่เข้มแข็งจะสามารถต้านทานมิให้ชุมชนสูญเสียประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงาม สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างยั่งยืน

หลักเกณฑ์และวิธีการในการดำเนินงานของโฉนดชุมชน พ.ศ. 2553 ได้กำหนดคุณสมบัติของชุมชนในการขอโฉนดชุมชนไว้ ดังนี้

1) ชุมชนที่มีการรวมตัวกันเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปีก่อนวันที่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. 2553 ใช้บังคับ (ก่อนวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2553)
2) ชุมชนหนึ่งต้องมีประธานและกรรมการชุมชนไม่น้อยกว่า 7 คน ซึ่งมีคุณสมบัติดังนี้
• สัญชาติไทย เว้นแต่กรณีที่เป็นตัวแทนของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม
• บรรลุนิติภาวะ
• มีภูมิลำเนาหรือที่อยู่อาศัยหรือที่ทำกินในชุมชนไม่น้อยกว่า 3 ปี ก่อนวันยื่นคำขอ
• ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ
• ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
• ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
• ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออกหรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบในวงราชการ
• เป็นชุมชนที่ได้เข้าครอบครองที่ดินของรัฐเป็นที่อยู่อาศัยหรือที่ดินทำกิน
• เป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งและมีศักยภาพในการบริหารจัดการที่ดินอย่างเป็นระบบ มีกฎระเบียบที่ชัดเจน มีหลักฐานการดำเนินงานของชุมชนไม่น้อยกว่า 3 ปี
• ชุมชนใดรวมตัวกันเป็นสมาคม สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร หรือเป็นชุมชนตามกฎหมายอื่น หากมีคณะกรรมการที่มีคุณสมบัติดังกล่าว สามารถยื่นคำขอเพื่อดำเนินงานโฉนดชุมชนได้ และให้ถือว่าคณะกรรมการสมาคม สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร หรือชุมชนตามกฎหมายอื่น เป็นคณะกรรมการชุมชนได้

ชุมชนใดที่มีความประสงค์จะยื่นคำขอเพื่อดำเนินงานโฉนดชุมชน ให้ยื่นต่อสำนักงานโฉนดชุมชนพร้อมเอกสารหรือหลักฐานที่กำหนด คือ
1) แบบคำขอเพื่อดำเนินงานโฉนดชุมชน
2) แผนที่สังเขปของชุมชนและบริเวณโดยรอบที่ชุมชนจะขอบริหารจัดการที่ดิน
3) บัญชีรายชื่อคณะกรรมการและครัวเรือนสมาชิกของชุมชน จำนวนเนื้อที่ที่ดินถือครองของแต่ละครัวเรือน และประเภทของการใช้ประโยชน์ที่ดิน
4) ประวัติและรูปแบบการรวมตัวของชุมชน
5) ข้อเสนอและแผนงานของชุมชนในการบริหารจัดการที่ดิน รวมทั้งแนวทางร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
6) เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่คณะกรรมการมีมติกำหนด

จากหลักการและเหตุผลข้างต้น เนื่องจากมีความคาดหวังว่าการให้โฉนดชุมชนจะเป็นทางออกของการบริหารการจัดการที่ดินในระดับท้องถิ่นที่สำคัญทางออกหนึ่ง ดังนั้น ถึงแม้ว่ายังมีช่องว่างในนโยบายหรือมาสที่รัฐบาลชุดปัจจุบันอาจจะไม่ให้ความสำคัญในการผลักดันนโยบายโฉนดชุมชน แต่ชุมชนที่อยู่ในที่ดินของรัฐยังมิได้รับการแก้ไขปัญหา ก็ควรจะมีการศึกษาเชิงวิชาการที่จะวิเคราะห์ให้เห็นถึงผลดี ผลกระทบของการนำเอาแนวคิดนี้มาใช้ อย่างน้อยก็เพื่อเป็นการวางพื้นฐานในการวิเคราะห์องค์ประกอบต่าง ๆ ของชุมชนที่เสนอตัวขอบริหารจัดการที่ดินในรูปโฉนดชุมชนซึ่งมีถึง 428 ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นความเข้มแข็งของชุมชน ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับศักยภาพในการบริหารการจัดการที่ดิน รวมทั้งวิเคราะห์สถานภาพของชุมชนเกี่ยวกับลักษณะของการใช้ที่ดิน ฟื้นฟู และรักษาทรัพยากรที่ดินรวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ซึ่งคาดว่าจะมีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาชุมชนที่อยู่อาศัยทำกินในที่ดินของรัฐในรูปโฉนดชุมชน หรือรูปแบบอื่นต่อไปได้ในอนาคต


 วัตถุประสงค์

1)  เพื่อศึกษาและวิเคราะห์สภาพเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนที่ขอสิทธิในการจัดการที่ดินโดยเข้าร่วมโครงการโฉนดชุมชน รวมทั้งชุมชนที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินงานโฉนดชุมชนแล้ว โดยใช้วิธีการประเมินสภาวะชนบทอย่างเร่งด่วน (Rapid Rural Appraisal: RRA) และเทคนิคเดลฟาย (Delphi Technique)
2)  เพื่อศึกษา กฎ ระเบียบของโฉนดชุมชน รวมทั้งกฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเข้ามาแก้ไขปัญหาที่ดินของรัฐ
3)  เพื่อนำเอาข้อมูลจาก 1) และ 2) มาวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน  โอกาส และภัยคุกคาม(วิธี SWOT Analysis คือ Strenght, Weakness, Opportunity, Treat) ของชุมชน
4)  เพื่อเสนอแนะการพัฒนาหรือปรับปรุงการให้สิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินเพื่อความยั่งยืนจากองค์ประกอบที่วิเคราะห์ข้างต้น

คณะผู้วิจัย

  1. นางสาวกัญญา  สุทัศน์  หัวหน้าโครงการ.
  2. รศ.ศิริพร  สัจจานันท์   นักวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์และสังคม
  3. นายสุเทพ จันทร์อำพร  นักวิจัย

ที่ปรึกษาโครงการ

  1. ผศ. อิทธิพล ศรีเสาวลักษณ์   ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย
  2. รศ.ดร.อรพรรณ ณ บางช้าง  ที่ปรึกษาด้านเศรษฐศาสตร์และสังคม
  3. รศ.จรินทร์  เทศวานิช   ที่ปรึกษาด้านเศรษฐศาสตร์
  4. พลเอกสุรินทร์  พิกุลทอง  ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาชุมชน
  5. นายชนะ  รุ่งแสง   คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
  6. นายวิรัตน์  วัฒนศิริธรรม  ผู้ทรงคุณวุฒิ
Attachments:
FileDescriptionUploaderFile size
Download this file (deed-2554-09-12.pdf)เอกสารแนบโครงการศึกษาลักษณะของชุมชนเข้มแข็งเพื่อการจัดการที่ดินทำกินอย่างยั่งยืนSangdao Laemthong154 Kb
Last Updated on Monday, 20 February 2012 12:03

Copyright 2011 : ศูนย์ประสานการศึกษานโยบายที่ดิน (Land Policy Study Forum)
Telephone +66(0)2-9654737-8, Fax +66(0)2-9654739 | Webmaster Email : landforum.mail@gmail.com