English (United Kingdom)

ปฎิทินข่าวประชาสัมพันธ์

 

Notepad-Bloc-notes-icon

ถ้าท่านสนใจทำวิจัย หรือเสนอหัวข้อวิจัย สามารถส่งข้อความมาที่อีเมล
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

จำนวนผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday25
mod_vvisit_counterYesterday31
mod_vvisit_counterThis week56
mod_vvisit_counterLast week230
mod_vvisit_counterThis month834
mod_vvisit_counterLast month1190
mod_vvisit_counterAll68667

ผู้เข้าเยี่ยมชม (20 นาทีก่อน) : 2
Your IP: 192.168.5.254
,
Today: Oct 23, 2017
Home กลุ่มงานวิจัยการบริหารจัดการที่ดิน การศึกษาแนวทางการปรับปรุงองค์กรบริหารจัดการที่ดิน

ผลงานวิจัย

การศึกษาแนวทางการปรับปรุงองค์กรบริหารจัดการที่ดิน PDF Print E-mail
กลุ่มงานวิจัยการบริหารจัดการที่ดิน

ปีพุทธศักราช 2547

ผศ.อิทธิพล ศรีเสาวลักษณ์
ดร.วีระชัย นาควิบูลวงศ์
นายสถิตย์พงศ์ สุดชูเกียรติ

            คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายที่ดิน พุทธศักราช 2497 หมวด 2 ว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อประชาชน โดยมีอำนาจหน้าที่ในการวางนโยบายภาพรวมเกี่ยวกับที่ดินของประเทศ แต่ต่อมามีกฎหมายอื่นที่เกี่ยวกับที่ดินออกมาใช้บังคับเพิ่มเติมและตั้งคณะกรรมการเพิ่มขึ้นอีกหลายชุด ทำให้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ และนโยบายที่ถูกจัดวางขึ้นในเวลาต่อมาไม่ได้สอดคล้องไปในทางเดียวกัน และยังมีช่องว่างของ การดำเนินการตามกฎหมายและนโยบายอยู่หลายประการ การศึกษาในครั้งนี้จึงเป็น การวิเคราะห์ปัญหา พิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องและจัดประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงองค์กรบริหารจัดการที่ดินให้บังเกิดผลในทางปฏิบัติได้จริงต่อไป

หลักการและเหตุผล

            คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายที่ดิน พุทธศักราช 2497 หมวด 2 ว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อประชาชน ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับที่ดิน และการจัดที่ดินให้กับประชาชน สงวนหรือหวงห้ามที่ดินของรัฐ ซึ่งมิได้มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครอง เพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน อนุมัติโครงการจัดที่ดินของทบวงการเมือง ควบคุมการจัดที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินและกฎหมายอื่น โดยเจตนารมณ์ของกฎหมายในขณะนั้นต้องการให้คณะกรรมการชุดดังกล่าวทำหน้าที่ในการวางนโยบายภาพรวมเกี่ยวกับที่ดินของประเทศ

            ต่อมามีกฎหมายอื่นที่เกี่ยวกับที่ดินออกมาใช้บังคับเพิ่มเติมและตั้งคณะกรรมการเพิ่มขึ้นอีกหลายชุด เช่น คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม คณะกรรมการพัฒนาที่ดิน คณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ คณะกรรมการที่ราชพัสดุ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คณะกรรมการการเคหะแห่งชาติ คณะกรรมการป่าสงวนแห่งชาติ และคณะกรรมการผังเมือง เป็นต้น อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ และนโยบายที่ถูกจัดวางขึ้นในเวลาต่อมาจึงอาจไม่ได้สอดคล้องไปในทางเดียวกัน

            ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีช่องว่างของการดำเนินการตามกฎหมายและนโยบายอยู่หลายเรื่อง ได้แก่ การที่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับที่ดิน เช่น คณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้ คณะกรรมการนโยบายดินและปุ๋ย คณะกรรมการกองทุนที่ดิน คณะกรรมการศึกษานโยบาย การกระจายการถือครองที่ดิน คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐ คณะอนุกรรมการประสานการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ตามแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก ระยะที่ 2 คณะอนุกรรมการทรัพยากรที่ดิน การใช้ที่ดินและทรัพยากรอื่น เป็นต้น

           เมื่อปฏิรูประบบราชการในเดือนตุลาคม 2545 ได้มีการโอนกองงานคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติจากกรมที่ดินมาสังกัดสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ก็มิได้ทำให้มีองค์กรหลักทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบายทรัพยากรดินและที่ดินของชาติ ทางกระทรวงฯ จึงจัดให้มีการศึกษาประมวลกฎหมายที่ดินเพื่อปรับปรุงบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ เพื่อให้มีองค์กรกำหนดนโยบายทรัพยากรดินและที่ดินของชาติ องค์ประกอบของผู้ที่จะมาทำหน้าที่ กรอบอำนาจหน้าที่ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การศึกษาดังกล่าวมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและระยะเวลาในการทำงาน อาจไม่สามารถทำให้เกิดความสมบูรณ์ในการร่างกฎหมายที่เหมาะสมตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

          การจัดประชุมเพื่อระดมความคิดเห็นเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินของชาติ ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2545 และที่โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2545 ที่ผ่านมา มีข้อเสนอให้จัดตั้งองค์กรบริหารจัดการที่ดินหรือคณะกรรมการระดับชาติที่ทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการที่ดินของชาติในภาพรวม ที่มีความหลากหลาย โดยให้มีภาคเอกชนและองค์กรส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมด้วย และให้องค์กรในระดับท้องถิ่นพิจารณากลั่นกรองสภาพปัญหาก่อน

          คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2546 เห็นชอบในหลักการแผนงานและหน่วยงานหลักรับผิดชอบการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินตามนโยบายการบริหารจัดการที่ดินของประเทศ รวม 7 แผนงาน หนึ่งในแผนงานนั้น คือ แผนงานปรับปรุงองค์กรบริหารจัดการที่ดิน โดยคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไปตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมอบหมายให้ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยดำเนินการศึกษาการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม ผลของการศึกษาดังกล่าวยังจำเป็นที่จะต้องรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จึงได้สนับสนุนงบประมาณให้ทำการระดมความคิดเห็นจากฝ่ายต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน และประชาชนในท้องถิ่น ทุกภาค ซึ่งคาดว่าจะทำให้การเสนอกฎหมายมีความสมบูรณ์ เป็นที่ยอมรับมากขึ้น

          ดังนั้น การศึกษาในครั้งนี้จึงเป็นการวิเคราะห์ปัญหา พิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องและจัดประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงองค์กรบริหารจัดการที่ดินให้บังเกิดผลในทางปฏิบัติได้จริง ตามแนวทางที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ เพื่อสนับสนุนการศึกษาของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการแก้ไขปัญหาที่ดินซึ่งเป็นที่ยอมรับของผู้เกี่ยวข้อง

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อศึกษาวิเคราะห์แนวทางการปรับปรุงองค์กรบริหารจัดการที่ดิน
  2. เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัญหาและรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาระบบการบริหารจัดการที่ดิน
  3. เพื่อเสนอยุทธศาสตร์ แผนงาน และรูปแบบองค์กรบริหารจัดการที่ดินให้กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประกอบการยกร่างแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย

ขอบเขตการศึกษา

  1. ศึกษาวิเคราะห์กฎหมายและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่ดิน
  2. จัดการประชุมหลายระดับเพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัญหาและรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับองค์กรบริหารจัดการที่ดิน
  3. นำผลของการระดมความคิดเห็นที่เป็นที่ยุติมาจัดทำข้อเสนอรูปแบบองค์กรบริหารจัดการที่ดินให้กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประกอบการยกร่างแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย จัดทำยุทธ์ศาสตร์และแผนงานปรับปรุงองค์กรบริหารจัดการที่ดิน

วิธีการศึกษา

            ศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับกฎหมายและองค์กรบริหารจัดการที่ดิน แล้วจัดประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการปรับปรุงองค์กรบริหารจัดการที่ดิน จึงนำมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์และแผนงานในการปรับปรุงองค์กรบริหารจัดการที่ดิน

ผลการศึกษา

          ผลของการศึกษาองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่ดินในประเทศไทย และการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวคิดในการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ทำให้พบว่า มีความจำเป็นที่จะต้องมีองค์กรในระดับชาติเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรดินและที่ดินของประเทศและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งระบบด้วยการกำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับการพัฒนา การอนุรักษ์ การฟื้นฟูและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรดินและที่ดินอย่างสมดุล เป็นธรรม และยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

          แนวคิดในการจัดตั้ง “คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ” โดยออกเป็นกฎหมาย คือ ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. …. นั้น จากการประชุมรับฟังความคิดเห็นหลายครั้งทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค พบว่า เป็นที่ยอมรับของผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคราชการและประชาชน คงมีความเห็นที่เป็นรายละเอียดอาจแตกต่างกันบ้าง แต่ก็ไม่ใช่เป็นประเด็นสำคัญ

          ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. …. ที่คณะผู้ศึกษาได้ทำการปรับปรุงจากร่างเดิมของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่จัดทำโดยศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะมีความเปลี่ยนแปลงไม่มาก แต่มีนัยสำคัญในแง่ของโครงสร้างของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ การคัดสรรผู้มาเป็นกรรมการ อำนาจหน้าที่ และวิธีการ ขั้นตอนของการใช้อำนาจหน้าที่ และกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบเฉพาะ ทำให้ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. …. มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

          สิ่งที่ต้องพิจารณาในขณะนี้ คือ การกำหนดยุทธ์ศาสตร์ แผนงาน เพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. …. ได้รับการพิจารณานำเสนอตามขั้นตอนจนประกาศใช้เป็นกฎหมาย ซึ่งคณะผู้ศึกษา มีข้อเสนอแนะ ดังนี้

           1. การเสนอกฎหมาย

                1)  ความเป็นไปได้ของการเสนอกฎหมาย
                      การเสนอกฎหมาย เป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น จำเป็นที่จะต้องเสนอร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. …. ฉบับนี้ ผ่านไปทางสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อพิจารณานำเสนอปลัดกระทรวง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณา หากปลัดกระทรวงและรัฐมนตรีเห็นชอบ ก็จะเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีแนวโน้มเป็นไปได้สูง เนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2546 เห็นชอบแผนงานปรับปรุงองค์กรบริหารจัดการที่ดิน โดยมอบให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปศึกษา ฉะนั้น ผลการศึกษาในครั้งนี้จึงเป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบไว้แล้ว
                2) ระยะเวลาของการเสนอกฎหมาย
                     โดยปกติ ขั้นตอนของการเสนอกฎหมายที่ไม่มีความล่าช้าในขั้นตอนใดเลย นับตั้งแต่รัฐมนตรีเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี จะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปี ประกอบด้วย
                         ก)  รัฐมนตรีเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณา (1 เดือน)
                         ข)  คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการและส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (15 วัน)
                         ค)  คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาและส่งกลับ (2 เดือน)
                         ง)  คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างและเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา (15 วัน)
                         จ)  สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบในหลักการและตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณา (1-2 เดือน)
                         ฉ)  คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา (1-2 เดือน)
                         ช)  สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเห็นชอบเสนอวุฒิสภาพิจารณา (1 เดือน)
                         ซ)  วุฒิสภาเห็นชอบในหลักการและตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณา (1 เดือน)
                         ฌ)  คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วเสนอวุฒิสภาพิจารณา (1-2 เดือน)
                         ญ)  วุฒิสภาเห็นชอบส่งให้รัฐบาลนำขึ้นทูลเกล้าฯ (15 วัน)
                         ฎ)  ทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างกฎหมาย (7 วัน)
                         ฏ)  ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา (7 วัน)

                     การประมาณระยะเวลาข้างต้นอาจคลาดเคลื่อนได้มาก เนื่องจากแต่ละขั้นตอนมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้การเสนอกฎหมายล่าช้า เช่น ก่อนที่จะเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะต้องมีการสอบถามความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจรวดเร็วหรือล่าช้าได้ การตรวจพิจารณาในคณะกรรมการกฤษฎีกาจะต้องเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ซึ่งใช้เวลา รวมทั้งการรอเรื่องเข้าพิจารณาในวาระของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา ซึ่งต้องตรงกับวาระประชุมพิจารณาร่างกฎหมาย นอกจากนั้น การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการก็มีปัจจัยหลายประการที่ต้องใช้เวลามากเช่นกัน

                     ดังนั้น เพื่อให้การเสนอกฎหมายเป็นไปโดยรวดเร็ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควรต้องเตรียมการชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้องในทุกขั้นตอน เพื่อให้เหลือปัญหาที่จะต้องถกเถียงทำความเข้าใจน้อยที่สุด โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่ดิน ภาคเอกชน และองค์กรประชาชน หากนายกรัฐมนตรีเห็นความสำคัญของกฎหมายนี้จะทำให้ลดปัญหาได้มาก

            2.  การวางแผนงาน

                 การจัดทำแผนงานเพื่อเสนอกฎหมาย ควรประกอบด้วยแผนงานย่อย 3 แผน ที่สำคัญ คือ แผนการเสนอกฎหมาย แผนการประชาสัมพันธ์ และแผนการเตรียมการจัดตั้งองค์กร

                  1)  แผนการเสนอกฎหมาย
                       ในการเสนอกฎหมาย จะต้องแต่งตั้งผู้รับผิดชอบเป็นเจ้าภาพในการดูแล ติดตามเรื่องที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการไปชี้แจงทำความเข้าใจในการประชุมพิจารณากฎหมายในที่ต่าง ๆ เพราะเหตุที่ขั้นตอนของการพิจารณายาวนาน หากไม่กำหนดผู้รับผิดชอบเป็นเจ้าของเรื่องอย่างเจาะจงและมีอำนาจหน้าที่ต่อเนื่องอาจทำให้การเสนอกฎหมายล้มเหลวได้

                       กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาจหากระทรวงพันธมิตรเพื่อเสนอกฎหมายร่วมกัน เนื่องจากในท้ายที่สุดจะไม่มีกระทรวงหรือหน่วยงานใดเป็นผู้ใช้กฎหมายฉบับนี้แต่ผู้เดียว แต่จะเป็นประโยชน์กับทุกหน่วยงานและประชาชน การมีกระทรวงพันธมิตรจะทำให้ขั้นตอนการเสนอกฎหมายราบรื่นมากขึ้น

                       กระทรวงพันธมิตร อาจประกอบด้วย
                           ก)  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
                           ข)  กระทรวงมหาดไทย
                           ค)  กระทรวงการคลัง
                           ง)  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

                       ในช่วงระหว่างการเสนอกฎหมาย อาจเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาจัดตั้งคณะกรรมการชั่วคราวที่ทำหน้าที่อย่างเดียวกันภายในกรอบกฎหมายที่มีอยู่ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและศึกษาแนวทางการบริหารจัดการ การรวบรวมข้อมูล และการประสานงาน ให้สามารถปฏิบัติงานได้ทันทีที่มีกฎหมายบังคับใช้

                   2) แผนการประชาสัมพันธ์
                        การประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจถึงความจำเป็นและประโยชน์ที่จะได้รับจากการมีกฎหมายฉบับนี้ จะทำให้มีแรงสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไป และลดแรงต้านจากผู้ไม่เห็นด้วย

                        จากประสบการณ์ของคณะผู้ศึกษาพบว่า เมื่อทำการชี้แจงแนวทางการทำงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติให้กับที่ประชุมหลายแห่ง ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค พบว่า ผู้ฟังส่วนใหญ่เห็นด้วยและประสงค์ที่จะให้องค์กรลักษณะนี้เกิดขึ้นโดยเร็ว ฉะนั้น การประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับสาธารณะชนจึงเป็นสิ่งจำเป็น และป้องกันการบิดเบือนข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

                        แผนการประชาสัมพันธ์ ควรให้ข้อมูลความรู้กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นข้าราชการทั้งระดับบริหารและระดับปฏิบัติ หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ภาคธุรกิจเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนทั่วไป

                        สื่อการประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสมควรประกอบด้วย โทรทัศน์ วิทยุ แผ่นพับ บทความ การประชุมสัมมนา ข้อมูลในอินเตอร์เน็ต เป็นต้น

                   3) แผนการเตรียมการจัดตั้งองค์กร
                       ในร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. …. กำหนดให้มีหน่วยงานรองรับการทำงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ คือ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ที่จะทำหน้าที่หลายประการ ก่อนหน้าที่จะมีคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เช่น ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายที่ดินแห่งชาติเป็นกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติโดยตำแหน่ง หรือการปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือการแต่งตั้งผู้แทนทำหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการนโยบายที่ดินส่วนจังหวัด เป็นต้น

                        ดังนั้น ขณะที่ขอรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเพื่อเสนอกฎหมายต่อไปนั้น อาจทำคำขอจัดตั้งหน่วยงานทำหน้าที่ชั่วคราวเพื่อเตรียมการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติในระยะต่อไป โดยอาจยืมตัวบุคลากรจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาทดลองปฏิบัติงาน ซึ่งในรายงานของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุถึงหน่วยงาน ต่อไปนี้
                          ก)  กองบริหารจัดการที่ดิน สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานแกนนำ เนื่องจากบุคลากรเดิมย้ายมาจากกองงานคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ และยังปฏิบัติงานสนับสนุนคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติในสังกัดของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
                          ข)  สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เฉพาะเจ้าหน้าที่หรืองานบางส่วนที่เกี่ยวกับการวางแผนและจัดทำข้อมูลการบุกรุกที่ดินของรัฐ
                          ค)  กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เฉพาะเจ้าหน้าที่หรืองานบางส่วนที่เกี่ยวกับการวางแผนและการจัดทำข้อมูลการอนุรักษ์
                          ง)  กรมป่าไม้ เฉพาะเจ้าหน้าที่หรืองานบางส่วนที่เกี่ยวกับการวางแผนและจัดทำข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตป่า
                          จ)  กรมพัฒนาที่ดิน เฉพาะเจ้าหน้าที่หรืองานบางส่วนที่เกี่ยวกับ การวางแผนและจัดทำข้อมูลการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ที่ดิน
                          ฉ)  กรมที่ดิน เฉพาะเจ้าหน้าที่หรืองานบางส่วนที่เกี่ยวกับการวางแผนและจัดทำข้อมูลการถือครองและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
                          ช)  สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เฉพาะเจ้าหน้าที่หรืองานบางส่วนที่เกี่ยวกับการวางแผนและจัดทำข้อมูลการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
                          ซ)  กรมโยธาธิการและผังเมือง เฉพาะเจ้าหน้าที่หรืองานบางส่วนที่เกี่ยวกับการวางแผนและจัดทำข้อมูลผังเมือง
                          ฌ)  กรมธนารักษ์ เฉพาะเจ้าหน้าที่หรืองานบางส่วนที่เกี่ยวกับ การวางแผนและจัดทำข้อมูลที่ราชพัสดุ

                        นอกจากนั้น ยังต้องประสานงานกับจังหวัดต่าง ๆ ในการเตรียมการจัดทำบัญชีรายชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเป็นผู้ทรงคุณวุฒิตาม มาตรา 40 เพื่อให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการนโยบายที่ดินส่วนจังหวัด เป็นต้น

Attachments:
FileDescriptionUploaderFile size
Download this file (PDF01-02.pdf)เอกสารการศึกษาแนวทางการปรับปรุงองค์กรบริหารจัดการที่ดินAdministrator98 Kb
Last Updated on Saturday, 27 August 2011 22:09

Copyright 2011 : ศูนย์ประสานการศึกษานโยบายที่ดิน (Land Policy Study Forum)
Telephone +66(0)2-9654737-8, Fax +66(0)2-9654739 | Webmaster Email : landforum.mail@gmail.com